Like

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

น้ำตาลหมดห้าง แล้วเกี่ยวอะไรกับเรา??

วันก่อนผมไปเดินซื้อของที่โลตัส สังเกตเห็นว่าไม่มีน้ำตาลบนชั้นวางเลยแม้แต่ถุงเดียว จึงเกิดความสงสัยว่าทำไมไม่มีน้ำตาลเลยจึงเดินเข้าไปถามพนักงาน พนักงานตอบกลับมาว่า “น้ำตาลช่วงนี้ขาดตลาดครับ” ถ้าจะซื้อก็ต้องรอและซื้อได้ตามโควตาที่กำหนดไว้เท่านั้นซื้อเกินไม่ได้เดี๋ยวคนอื่นๆ ไม่ได้ซื้อ

คำถามที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ น้ำตาลมันมีไม่พอขายได้ยังไง ทั้งๆ ที่เมืองไทยปลูกอ้อยกันเป็นล้านไร่

ปัจจุบันหลายประเทศในโลกหันมาส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลและเอทธานอลกันมากขึ้น การผลิตเชื้อเพลิงพวกนี้จะผลิตมาจาก อ้อย มันสำปะหลัง และก็ยังมีผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถนำไปผลิตไบโอดีเซลได้อีกหลายชนิด

เมื่อเครื่องยนต์มันมาแย่งซัพพลายในตลาดผลิตผลทางการเกษตรไป แต่คนยังต้องการใช้อาหารพวกนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อดีมานมันเยอะกว่ากำลังการผลิตสิ่งที่ตามมามันทำให้ราคาของผลิตผลทางการเกษตร อย่างเช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากปริมาณของวัตถุดิบลดลงแล้วสิ่งที่ทำให้ราคาของสินค้าเกษตรสูงขึ้นและมีความผันผวนก็มาจากภัยธรรมชาติ

ปัจจัยของเรื่องภัยธรรมขาติ ทั้ง ฝนตกน้ำท่วม แห้งแล้ง อากาศหนาว พายุต่างๆ เหตุการณ์พวกนี้มันส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตและราคาของสินค้ากลุ่มนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณลองคิดดูหากวันใดวันหนึ่งประเทศนั้นเกิดไม่มีน้ำตาลขาย ไม่มีข้าวกิน มันจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบเดียวที่ได้ก็คือ คงวุ่นวายกันน่าดู

ดีที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว (แต่ยังมีนักการเมืองฉ้อฉล^^) เรื่องแบบนี้จึงยังไม่รุนแรงมากนัก แต่ถ้าหากเป็นประเทศที่อยู่ท่ามกลางทะเลทราย แม้จะมีน้ำมันเยอะยังไงแต่ไม่มีข้าวกิน ตายแน่^^

กลับมาเรื่องของราคาน้ำตาล และราคาของสินค้าทางการเกษตรอีกหลายๆ ชนิด จากการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์หลายคนก็มองว่ามันจะยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน แม้ในระยะสั้นอาจจะมีการปรับตัวลงบ้าง แต่ในระยาวเชื่อว่าสินค้าเกษตรจะยังมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกินเวลาหลายปีก็ได้ตามรอบของเศรษฐกิจในภาพใหญ่

ถ้ามองในภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกเราจะพบว่าเศรษฐกิจของประเทศฝั่งตะวันตกทั้ง อเมริกาและยุโรปยังไม่ได้กลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิมเหมือนก่อนช่วงปี 2008 และยิ่งการฟื้นตัวของประเทศกลุ่มนี้ช้าลงเท่าไหร่ โอกาสของเม็ดเงินที่จะย้ายจากการถือเงินดอลล่ามาสู่สินทรัพย์ในประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งรวมทั้งเอเชียของเราด้วยยิ่งมีสูง นอกจากนี้ก็จะมีเงินบางส่วนเข้าไปเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้าของสินค้าเกษตร 

เงินที่เป็นส่วนเกินอยู่ในระบบพวกนี้จะเป็นตัวเร่งที่สำคัญที่จะทำให้ราคาของสินค้าเกษตรทั้งที่เป็นสินค้าจริงๆ และสินค้าที่เทรดกันในตลาดล่วงหน้าราคาสูงขึ้นไปได้อีก 

แล้ววันนี้คุณเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่กำลังจะมาพร้อมโอกาสที่ยิ่งใหญ่นี้แล้วหรือยัง เพราะไม่ว่าราคาจะผันผวนยังไงแต่หากเข้าใจเครื่องมือว่าใช้ล่าเหยื่อยังไงแล้วนั้นไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง คุณก็ยังจะเป็นคนที่สามารถอยู่รอดในตลาดได้^^

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

หุ้นเล็กร่วง หุ้นใหญ่นิ่ง คุณเห็นมั๊ยย!!!

เล่นหุ้นในช่วงปีที่ผ่านมาคงจะได้ยินแต่คนที่บอกว่า ผมทำกำไรเท่านั้น เท่านี้ บางคนเป็นสิบ เป็นร้อย และ บางคนก็หลายร้อยเปอร์เซ็น แต่เริ่มปีใหม่มาหนึ่งเดือนผมว่าคำพูดพวกนั้นเราไม่ค่อยได้ยินก็นใช่มั๊ยครับ!! เพราะอะไร ก็รู้ๆ กันอยู่ตลาดช่วงนี้สวิงกันน่าดูเลย ใครเพิ่งเข้าตลาดมาใหม่ๆ คงเสียค่าเรียนไปเยอะเลยนะผมว่า

ช่วงนี้ตลาดออกไซด์เวย์ ผมว่าหากใครสังเกตดีๆ คงเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน หุ้นที่เป็นกระแสที่รายย่อยเล่นกันเมื่อปลายปีที่แล้วร่วงระนาวววววว ^^ คงไม่ต้องยกตัวอย่างนะครับว่าคือ PTL AJ IVL อุ๊ยย หลุดเลยยย ฮ่าๆ (แต่ทำไมวันนี้มันขึ้นแรง เอ๊ะ^^)

หุ้นพวกนี้แรงจริงๆ ครับเมื่อปลายปีที่แล้ว โตมาหลายเด้ง แต่เมื่อตลาดหุ้นมันมีฝั่งที่ได้กำไรและฝั่งที่ขาดทุนเท่าๆ กันเสมอ (Zero sum game) คุณคิดว่าใครได้กำไรครับ ผมว่าใม่ใช่รายย่อยแน่ๆ รายย่อยโดนเชือดตลอด เสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ แมงเม่าบางตัวตายต้องออกจากตลาดไป แมงเม่าบางตัวก็พัฒนาตัวเองจนย้ายมาอยู่ฝั่งที่ทำกำไร แต่ก็ยังมีอีกเยอะที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ใครที่โดนช่วงนี้ไปเยอะก็ขอให้ทำใจดีๆ ไว้นะครับ หาความรู้เพิ่มเยอะๆ ตลาดไม่หนีไปไหน

กลับมาที่เรื่องคุณสังเกตเห็นอะไรมั๊ยช่วงนี้ !!! หุ้นพื้นฐานที่แข็งแกร่งราคาหลายตัว ทั้งกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก ธนาคาร และเกษตร ราคายังยืนอยู่ได้ ไม่ได้ร่วงแรงอย่างหุ้นเล็กๆ ที่ขึ้นมาแรงๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว 

หุ้นใหญ่ช่วงนี้ค่อยๆ ถูกเก็บ ที่สังเกตได้ชัดเลยก็กลุ่มตะกูล P ราคาตัวแม่ค่อยๆ ขึ้นมาเรื่อยจาก 300 มา 320 แล้วก็มาถึง 340 ในที่สุด แต่หลายคนไม่ค่อยสนใจหุ้นอย่าง ปตต เพราะเห็นว่ามันโตช้า กำไรไม่ค่อยดี(ส่วนต่างราคา) มันก็จริงครับที่บอกว่าหุ้นตัวนี้ราคาวิ่งช้าไม่ทันใจ แต่ถ้าหากเอาความเสี่ยงมาคิดด้วยแล้วนั้น ตัวนี้เสี่ยงน้อยกว่าหุ้นเล็กที่วิ่งแรงงงๆ เยอะเลย กิจจการโตตามเศรษฐกิจของประเทศและก็อยู่ในตลาดผูกขาดด้วย

ผมว่าสุดท้ายแล้วยังไงหุ้นมันก็ยังต้องขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท ถ้าบริษัทมันไม่ดีจริง ไม่สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ราคามันก็คงเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้อย่างแน่นอน

แต่ใช่ว่าเราจะสามารถทำกำไรได้กับหุ้นของบริษัทที่ดีเสมอไปนะครับ

บางทีหุ้นของบริษัทห่วยๆ กลับเป็นหุ้นที่ดีก็ได้ งงมั๊ยยย^^^

เอาไว้วันหลังจะมาเขียนเรื่อง Good Company VS Good Stock ??

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

กราฟ PTL

จากกราฟ เราจะเห็นได้เลยว่า PTL มันหลุดแนวรับมาไกลพอสมควรเลย เส้นแนวรับถัดไปก็แถวๆ 25 บาทเลยครับ ใครอยู่บนดอยขอเสียงหน่อยยยยย ^^

ปล. แนวทางที่คุณคิดมันถูกมั๊ย ซื้อหุ้นตอนคนอยากซื้อ ขายหุ้นตอนคนอยากขาย???

ชื่อ:  PTL.JPG
ครั้ง: 1118
ขนาด:  111.1 กิโลไบต์
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...